5 เหตุผล ที่ทำไม ลิโอเนล เมสซี่ ถึงควรอำลาบาร์เซโลน่า

January 20, 2021

จากกรณีใบแดงแรกในชีวิตการค้าแข้งของ ลีโอเนล เมสซี่ ที่ไปสับศอกใส่กองหน้าของแอธเลติก บิลเบา ในศึกซูเปอร์โกปา ทำให้กระแสจากสื่อกลับมาโจมตีเจ้าตัวอีกครั้ง จนบางครั้งก็ทำให้เห็นว่าเวลาของดาวเตะชาวอาร์เจนตินาในสีเสื้ออาซูลกราน่ากำลังถึงจุดสิ้นสุดแล้ว

ฉะนั้นในวันนี้เราจะมาหา 5 เหตุผล ที่ทำไม ลิโอเนล เมสซี่ ถึงควรอำลาบาร์เซโลน่า ว่ามันสมเหตุสมผล และท่านเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร


เมสซี่บาร์เซโลน่ากวาดทุกแชมป์

1. เมสซี่ กวาดทุกแชมป์กับบาร์ซ่าได้หมดแล้ว

เมสซี่ อยู่กับทีมมาตั้งแต่เป็นเยาวชน ก่อนจะถูกดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ และกวาดทุกแชมป์ร่วมกับทีม ซึ่งแน่นอนว่าในทางจิตวิทยาหากเราทำอะไรซ้ำๆ ในจุดเดิมที่เคยเดินมาแล้ว ก็ย่อมมีอาการเบื่อหน่ายและความไม่ทุ่มเทที่เต็มร้อย

  • ทุกคนต่างรู้ว่าเมสซี่ ถูกดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ตั้งแต่อายุยังน้อยเมื่อปี 2006 ก่อนที่ในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะแจ้งเกิดได้เต็มตัวและคว้ามาได้หมดทุกแชมป์ที่มีอยู่ในโลกนี้ ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีกว่าก่อนแล้ว แต่ด้วยความรักที่มีต่อบาร์ซ่าของเมสซี่ เจ้าตัวจึงอยู่เล่นให้กับทีมต่อมาเรื่อยๆ กระทั่งบัดนี้ที่เขาคว้าแชมป์ลาลีกา 6 สมัย, แชมป์โกปา เดลเรย์ 2 สมัย, แชมป์ซูเปอร์โกปา 6 สมัย, แชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 3 สมัย, แชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย และแชมป์สโมสรโลก 2 สมัย ซึ่งจะเห็นได้ว่าแชมป์ทุกรายการได้เบิลหมดทุกถ้วย ฉะนั้นหากคิดว่าเป็นตัวเราแล้วต้องทำอะไรซ้ำๆ บ่อยๆ ก็คงต้องจะมีความเบื่อหน่ายและต้องการความแปลกใหม่ หรือเส้นทางใหม่ๆ ให้ได้ลองทำ
  • คำถามข้อต่อมาคือ แล้วเส้นทางใหม่ของเมสซี่ ควรไปตรงไหนดี การไปเปเอสเช ก็น่าสนใจ เพราะทีมนี้ต้องการแชมป์ยุโรปอย่างยิ่ง หรือจะไปแมนซิตีตามข่าวลือก่อนหน้า ก็นับเป็นเส้นทางที่น่าสนใจ หรือจะข้ามฟากไปเล่นที่อเมริกา เพื่อโกยเงินช่วงบั้นปลายอาชีพก็ไม่มีใครว่า หรือจะกลับบ้านไปอาร์เจนติน่า ก็คงจะน่าตื่นเต้นไม่น้อย

เมสซี่บาร์เซโลน่ามีแต่ความกดดัน

2. การอยู่กับบาร์เซโลน่า มีแต่ความกดดัน

สโมสรที่ได้สมญานามว่าเจ้าบุญทุ่ม เพราะใช้เงินกวาดซื้อตัวผู้เล่นดาวดังมากองรวมกันที่นี่ ทำให้ความคาดหวังย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดาตามราคาที่จ่ายไป แต่การต้องอยู่กับความกดดันมาเป็นระยะเวลานานเช่นนี้ การถอยออกไปอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

  • ช่วง 10 กว่าปีก่อน บาร์ซ่าคือทีมที่วิ่งวัดมากับเรอัล มาดริด ที่อย่างแย่จะต้องมีถ้วยติดมืออย่างน้อย 1 ใบ ไม่ว่าจะจากรายการไหนก็ตาม แต่เมื่อสโมสรผลัดเปลี่ยนเจ้าของมาอยู่ในมือของบาร์โตเมว บาร์ซ่ากับถ้วยแชมป์เริ่มถูกตัดขาดออกจากกันจนกลายเป็นเส้นขนานที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งบาร์โตเมวที่ถูกสื่อสเปนล้อเลียนว่าหน้าคล้ายกับโนบิตะ มันสมองในการบริหารทีมก็ยังคล้ายกับโนบิตะอีกตั้งหาก เพราะใช้เงินกวาดซื้อนักเตะในราคาแพง ที่รวมแล้วเป็นมูลค่ากว่า 9 ร้อยล้านยูโร ในช่วง 5 ปีหลัง โดยที่ไม่มีการศึกษาให้ดี ทำให้ตัวที่เข้ามาใหม่ไม่ตอบสนองต่อระบบการเล่น กระทั่งสโมสรขาดทุนย่อยยับ
  • ซึ่งความล้มเหลวที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วง 5 ปีหลัง แน่นอนว่าโค้ชคือคนที่ต้องรับผิดชอบ รวมถึงตัวนักเตะที่เข้ามาแล้วเล่นได้ไม่ดีดั่งที่แฟนบอลคาดหวัง อีกทั้งเมื่อไรที่ทีมคว้าน้ำเหลวพลังแห่งความล้มเหลวเหล่านั้นยังแผ่ไปถึงตัวของเมสซี่ เพราะถูกมองว่าไม่สามารถใช้ความเป็นขาใหญ่ประคองทีมไว้ได้ ฉะนั้นการออกจากพื้นที่เผือกร้อนตรงนี้ อาจทำให้เมสซี่เล่นฟุตบอลด้วยความสบายใจมากกว่านี้

เมสซี่บาร์เซโลน่าไม่เหมาะกับการเป็นผู้นำ

3. เมสซี่ ไม่เหมาะกับการเป็นผู้นำ

หากท่านได้ติดตามดูฟุตบอลที่มีเมสซี่อยู่ในสนาม เมื่อใดก็ตามที่ทีมเล่นได้ไม่ดี เจ้าตัวในฐานะกัปตันทีมจะเดินคอตกและไม่พูดคุยกับใคร ซึ่งตรงข้ามกับโรนัลโดที่ทุกทีมที่เจ้าตัวไปอยู่ มักเกิดพลังแห่งความบ้าคลั่งจนพร้อมจะพุ่งชนทุกอุปสรรคเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จ โดยการเปรียบนี้จะสื่อให้เห็นว่าเมสซี่ไม่เหมาะกับการเป็นผู้นำ

  • ด้วยอายุอานามของเมสซี่ ที่ปีนี้ปาเข้าไป 34 ปี ทำให้เขาคือรุ่นพี่และขาใหญ่ของทีม ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่จะต้องให้ปลอกแขนกัปตันทีมแก่เจ้าตัว แต่หากใครที่ได้ดูการแข่งขันฟุตบอลและมีเมสซี่ลงเล่นพร้อมสวมปลอกแขนกัปตันทีม ในวันที่ทีมเจอความกดดัน หรือผลงานไม่ค่อยเป็นใจ ซึ่งนี่นับเป็นช่วงเวลาที่กัปตันทีมต้องกระตุ้นและทำอะไรบางอย่าง เพื่อให้เพื่อนอีก 10 คนลุกขึ้นสู้ แต่สิ่งที่เมสซี่เป็นมาตลอด นั่นคือการก้มหน้าคอตกและไม่กระตุ้นเพื่อน ซึ่งเมื่อใดที่แม่ทัพถอดใจไปแล้ว จะแปลกอะไรที่ขุนพลจะถอดใจตาม นั่นจึงไม่แปลกที่แฟนบอลจะโจมตี เพราะหากสู้สุดใจแต่พ่ายแพ้ แฟนบอลยังพอเข้าใจ แต่ถ้าพ่ายแพ้แล้วใจยังไม่สู้อีก มันคือการทำร้ายจิตใจแฟนบอลที่ตามเชียร์มาตลอดอย่างจัง
  • ซึ่งการจะปัญหาด้วยการริบปลอกแขนกัปตันทีมจากเมสซี่ แล้วเอาไปให้นักเตะรายอื่นในทีม มันคงเป็นมารยาทและภาพที่ไม่ค่อยสวยงาม ฉะนั้นถ้าเมสซี่ออกไปอยู่กับทีมอื่นโดยที่ไม่ต้องแบกรับภาระตรงนี้ ก็อาจเป็นผลดีกับตัวเมสซี่และบาร์ซ่า

เมสซี่บาร์เซโลน่าเพื่อนร่วมรุ่น

4. เพื่อนร่วมรุ่น และคู่ขาไปหมดแล้ว

หากเข้า Goolge ไปเปิดทำเนียบทีมบาร์ซ่าในยุคเป๊ปเมื่อ 10 ปี หรือย้อนไป 5 ปีที่แล้ว และดูทีมชุดปัจจุบัน เมสซี่ คือนักเตะที่หลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันร่วมกับปิเก้ อีกทั้งเมื่อมองไปรอบๆ จะมีแต่ตัวเด็กรุ่นใหม่เต็มไปหมด

  • เมื่อ 10 กว่าปีก่อน เมสซี่ มีตัวจ่ายถวายพานอย่าง อิเนียสต้า และ ชาบี เอร์นานเดช หรือขยับเข้ามาอีกหน่อย ก็มีเพื่อนคู่หูมาร่วมเล่นด้วย 2 คน ได้แก่ หลุยส์ ซัวเรส และ เนย์มาร์ จนกลายเป็นรหัสที่เรียกว่า MSN ก่อนที่การบริหารอันห่วยแตกของบาร์โตเมวจะทำให้เสียเนยมาร์ไป กระทั่งล่าสุดที่ทีมกดดันให้ซัวเรซย้ายทีม ซึ่งจนถึงขณะนี้ไม่ว่าจะเอาใครมาเล่นร่วมกับเมสซี่ ก็ไม่มีแววว่าจะเล่นได้เข้าขา จนตอนนี้เวลาเมสซี่ได้บอลแล้วเหมือนเล่นคนเดียวอย่างไงอย่างงั้น
  • ฉะนั้นทางออกของเรื่องนี้ เมสซี่อาจต้องย้ายไปอยู่กับทีมอื่นที่มีแนวรุกและเซนต์บอลทันกัน หรือย้ายไปอยู่กับเปเอสเช ที่มีเนย์มาร์และเอ็มบัปเป้อยู่ ก็อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม

เมสซี่บาร์เซโลน่าสร้างสปิริต

5. การออกจากบาร์ซ่า จะทำให้ทีมสร้างสปิริตขึ้นมาได้ใหม่

เรื่องนี้ถูกเปิดโปงขึ้นหลายครั้งหลายครา และล่าสุดโดยโรนัลด์ คูมัน ที่ออกมาพูดถึงการให้สิทธิพิเศษนักเตะคนหนึ่งที่มากเกินไป จนอาจมีผลให้ความเหลื่อมล้ำจนสปิริตทีมเสีย

  • ก่อนอื่นต้องกล่าวว่าความรักที่เมสซี่ให้กับบาร์ซ่า มันมากมายเกินจะเอาอะไรมาวัดได้ เหมือนเพลงของพี่บี้ ซึ่งบาร์ซ่าได้ให้สิทธิ์ต่างๆ ตอบแทนกับความจงรักภักดีแบบไม่อั้น โดยจะว่าไปมันดูเหมือนเป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่อให้บ่อยๆ และให้ไปนานๆ มันดูเหมือนว่าบาร์ซ่าจะยกเมสซี่เป็นเทวดาเดินดินเสียแล้ว ซึ่งผลที่ตามมามันจะทำให้เกิดการแบ่งชันชั้นของกลุ่มนักเตะ และสิ่งที่คูมันออกมาพูดตอนเข้ารับตำแหน่ง ก็เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายเห็นด้วย
  • ฉะนั้นหากบาร์ซ่าไม่ต้องการให้ทีมเละไปกว่านี้ การล้างระบบชนชั้นคือสิ่งที่ควรทำ และการปล่อยเมสซี่ออกไปคือการเริ่มต้นใหม่ของสปิริตทีมที่ทุกคนมีความสำคัญเท่ากัน

แฟนบอลบาร์ซ่าและแฟนบอลทั่วโลก ต่างรู้กันเป็นอย่างดีว่าเมสซี่ รักบาร์ซ่ามากขนาดไหน แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องจำจากเพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ซัมเมอร์นี้อาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกับเหตุการณ์นี้ ซึ่งอย่างน้อยๆ ก็ยังจบสวย โดยเมสซี่ได้ออกไปเล่นในสภาพแวดล้อมใหม่ในบั้นปลายชีวิตการค้าแข้ง ส่วนสโมสรที่เขารักก็เดินหน้าต่อไปในเส้นทางอย่างที่มันควรจะเป็น

บทความอื่นๆ

แชร์บทความ

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest